คำถามที่พบบ่อย
โปรดเลือกประเด็นที่ท่านสนใจ เพื่อค้นหาคำตอบจากคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยูเซอริน หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเรา
ติดต่อเรา
ผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

ทำไมและเมื่อใดที่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิว?
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเมล็ดพืชและอณูเล็ก ที่หยาบกระด้างและมีลักษณะปลายแหลม เพื่อขัดผิวจะให้เกิดการทำลายผิวชั้นนอก และทำให้ระบบปกป้องผิวตามธรรมชาติผิดปกติไป ด้วยความสำคัญประการนี้ ยูเซอรินจึงได้คิดค้นและพัฒนา ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ สครับ ซึ่งใช้อนุภาคในการขัดผิวที่มีความอ่อนโยน และสามารถใช้ได้เป็นประจำทุกวัน โดยเราแนะนำให้ใช้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และยังมีสารแลคติกเป็นส่วนผสมที่สำคัญ ที่ช่วยทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากคุณสมบัติในทางเคมีของสารแลคติกที่เป็น alpha-hydroxy acid หรือ เอเอชเอ (AHA) ของผิวตามธรรมชาติ จึงช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวอ่อนๆ โดยสารแลคติก (Lactic acid) นี้จะแทรกอยู่ในเม็ดบีด (bead) ของสครับ และจะถูกปลดปล่อยออกมาในระหว่างการใช้ ทั้งนี้เราแนะนำให้ใช้ เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ โทนเนอร์ หลังจากการขัดผิว และตามด้วยครีมเจล สูตรปราศจากน้ำมัน เพื่อให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำทุกวัน

เราจะมีวิธีการดูแลในช่วงตั้งครรภ์อย่างไร?
ในช่วงตั้งครรภ์ ลักษณะผิวของคุณจะกลับมาเป็นเหมือนตอนวัยรุ่นอีกครั้งหนึ่ง คุณจึงต้องการบางอย่างที่จะช่วยบำรุงผิวของคุณ โดยไม่ทำอันตรายต่อทารกน้อยในครรภ์
ซึ่งคุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ ในระหว่างตั้งครรภ์หรือระหว่างให้นม โดยผลิตภัณฑ์ของ ยูเซอริน มีคุณภาพสูงและได้รับการทดสอบก่อนนำออกวางจำหน่ายในท้องตลาดแล้วว่า มีความปลอดภัยและไม่ทำให้ระคายเคืองผิว โดยเราได้คัดสรรแต่ส่วนผสมที่มีคุณภาพสูง และใช้ในปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์
ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ โทนเนอร์และครีมเจลมีส่วนผสมของสารแลคติก (Lactic Acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของ natural moisturizing factor (NMF) ที่อยู่ในชั้นผิว ซึ่งจะไม่ซึมซาบลงสู่ชั้นผิวลึก จนเกินไปปลอดภัยต่อการใช้ระหว่างตั้งครรภ์ อีกทั้ง ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ คลีนเซอร์ ยังมีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกแอซิด (Salicylic acid) ในความเข้มข้นที่ต่ำ (น้อยกว่า 1%) จึงปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์ ที่ไม่ควรใช้กรดซาลิไซลิกแอซิด (Salicylic acid) ความเข้มข้นสูงกว่า 1% อีกทั้ง ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ คัฟเวอร์สติ๊ก ใหม่ ยังมีกรดซาลิไซลิคในปริมาณที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และด้วยวิธีการใช้ที่ทำให้ได้รับความเข้มข้น ของกรดซาลิไซลิกน้อยกว่า 1% ดังนั้น จึงไม่เป็นอันตรายต่อการใช้ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร

ควรทำอย่างไรหากมีผิวผสม?
การมีผิวแห้ง เช่น บริเวณแก้ม และมีผิวมันบริเวณทีโซน เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย คุณอาจจะคิดว่าผิวหน้ามัน ความหมองคล้ำ และสิวที่เกิดขึ้นจะหายไป เมื่อโตขึ้น แต่กลับพบว่ามักไม่เป็นอย่างนั้น เพราะระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นในช่วงย่างเข้าวัยรุ่น และความเครียดที่เกิดขึ้น ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น และผลิตซีบัม (น้ำมัน) มากขึ้น ซึ่งไขมันเหล่านี้จะอุดตันรูขุมขน ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตและเกิดการอักเสบ ทั้งนี้การที่มีผิวหนังผลิตน้ำมันส่วนเกินมากขึ้น ความผิดปกติของการหลุดลอกของเซลล์ผิว และเชื้อแบคทีเรีย เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดสิว และอาการต่างๆ เช่น ตุ่มสิว สิวหัวดำ รูขุมขนใหญ่ ผิวเป็นมัน หรือระคายเคือง
การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นประจำทุกวัน จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างผิวส่วนที่แห้งและส่วนที่มัน เราแนะนำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ คลีนเซอร์ ซึ่งอ่อนโยนต่อผิวและช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกินออกจากผิวหนัง ในขณะเดียวกันก็ช่วยต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย โดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งหรือตึง ตามด้วยโทนเนอร์ (Toner) ซึ่งมีส่วนผสมของแลคติกแอซิด (Lactic acid) ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อสู้กับแบคทีเรียและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว นอกจากนี้ กรดแลคติก(Lactic acid) ยังเป็นส่วนประกอบของ natural moisturizing factors (i) (NMF´s) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติแก่ผิว ดังนั้น คุณสามารถใช้ เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ ครีมเจล ซึ่งเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้น และปราศจากน้ำมันเป็นประจำทุกวัน
แต่หากผิวของคุณยังคงแห้งอยู่ (เช่น บริเวณที่แก้ม) คุณสามารถใช้ครีมมอยเจอร์ไรเซอร์เพิ่มเติม หลังจากใช้ เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ ครีมเจล ได้ ซึ่งเราแนะนำให้ใช้ ยูเซอริน เซ็นซิทีฟ เฟเชี่ยว สกิน ไฮโดร - บาลานซ์ หรือ Dry Skin Relief Face Cream with ยูเรีย 5%

ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ บรรเทาผิวหนังอักเสบจากต่อมเหงื่อ (seborrhoeic eczema) ได้หรือไม่?
Seborrhoeic eczema เกิดได้หลายรูปแบบ พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ในหลายๆ กรณีพบว่า สาเหตุเกิดจากการที่ต่อมไขมันผลิตซีบัม (Sebum) ซึ่งเป็นน้ำมันจากผิวออกมามากเกินไป ซึ่งลักษณะอาการอาจ ทำให้สับสนว่าเป็นสะเก็ดเงินได้ ดังนั้น คุณอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังมากกว่า 1 คน เพื่อช่วยยืนยันผลการวินิจฉัย
ดังนั้น ควรแน่ใจว่าทำความสะอาดผิว เพื่อชำระล้างไขมันส่วนเกินออกไปอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน (Oil free products) และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อกำลังใช้ยาที่ทำให้ผิวแห้ง เช่น Isotretinoin ดังนั้น เราจึงแนะนำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ยูเซอริน เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ ตามด้วย เดอร์โมเพียวริฟายเออร์โทนเนอร์ และตามด้วย เดอร์โมเพียวริฟายเออร์ ครีมเจล ซึ่งเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ปราศจากน้ำมัน และสามารถใช้เป็นประจำได้ทุกวัน
การชะลอความเสื่อม

กรดเออร์โซลิก (ursolic acid) และแป๊ะก๊วย (ginkgo) ช่วยได้อย่างไร?
เนื่องจากการเสื่อมสภาพของผิวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และการได้รับแสงแดดที่เข้าไป ทำลายเส้นใยคอลลาเจนของผิว ก่อให้เกิดผิวหย่อนคล้อย
การใช้แป๊ะก๊วยหรือ Ginkgo Biloba ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนโบราณ ที่เป็นที่รู้จักมายาวนาน จะช่วยให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดแดง และกระตุ้นให้เกิดการกระจายตัวของสารต่างๆ ใต้ชั้นผิว ทำให้ออกซิเจนสามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวบริเวณนั้นให้ดีขึ้น
จึงเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ และยับยั้งการสร้างอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อผิว กรดเออร์โซลิก (ursolic acid) เป็นสารสกัดที่ได้จากพืชชนิดต่างๆ อาทิ โรสแมรี่ เปปเปอร์มิ้นท์ และลาเวนเดอร์ และยังเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์สำคัญ ในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลผิวหน้า เพราะจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และทำให้ผิวกระชับมากขึ้น

คอลลาเจนคืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อผิว?
คอลลาเจนเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue) ที่พบได้ถึง 80% ในชั้นผิว โดยคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่จับตัวกัน เป็นโครงข่ายอยู่ใต้ชั้นผิว จึงช่วยรักษาโครงสร้างของชั้นผิว และทำให้ผิวกระชับเต่งตึง การเสื่อมสภาพของผิวตามธรรมชาติ และการได้รับรังสียูวี ซึ่งก่อให้เกิดการทำลายของเส้นใยคอลลาเจน ทำให้ผิวหย่อนคล้อย และขาดความกระชับ เกิดรอยเหี่ยวย่น
ดังนั้น สารประกอบที่มีฤทธิ์สำคัญดัง เช่น กรดเออร์โซลิก (ursolic acid) สารสกัดจากแป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba) และอาร์ททิอิน (arctiin) จะช่วยทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใหม่ อันมีส่วนสำคัญในการป้องกันการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น เพิ่มความกระชับ เต่งตึงให้กับผิวได้

ผลิตภัณฑ์ Eucerin® Anti-Age products เมื่อใช้แล้ว จะเห็นผลเมื่อใด?
การศึกษาทางคลินิกแสดงให้เห็นถึง ประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยของผลิตภัณฑ์ ยูเซอริน ที่มี Q10 เป็นองค์ประกอบ เห็นผลหลังการใช้เป็นประจำใน 5 สัปดาห์
หลังการใช้ ยูเซอริน ไฮยาลูรอน ฟิลเลอร์ ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยารูลอนิก (hyaluronic acid) ผลการลดเลือนริ้วรอย จะเห็นได้ทันที ในระยะเวลาสั้นๆ อีกทั้ง ซาโปนิน (Saponin) ยังช่วยกระตุ้นการสร้าง กรดไฮยารูลอนิก (hyaluronic acid) ตามธรรมชาติ และช่วยลดเลือนริ้วรอยในระยะยาวหลังการใช้ใน 4 สัปดาห์
อีกทั้งในการศึกษาทางคลินิก ยังพบว่าการใช้ ยูเซอริน ไวท์ โซลูชั่น ยังช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว ที่มากเกินไปได้ใน 4 สัปดาห์หลังการใช้

กรดไฮยาลูโรนิกออกฤทธิ์ได้อย่างไร?
กรดไฮยาลูโรนิกพบได้ปกติในร่างกาย แต่ส่วนใหญ่มากกว่า 50% อยู่ในชั้นผิว และผลิตโดยเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทั้งนี้สารไฮยาลูโรนิกเป็นองค์ประกอบหลัก ที่อยู่ระหว่างเซลล์ (connective tissue matrix) ทำหน้าที่ช่วยพยุงเนื้อเยื่อคอลลาเจน เส้นใยอีลาสติกต่างๆ รวมทั้งโครงสร้างที่อยู่ในชั้นผิวแท้
นอกจากนี้ สารไฮยาลูโรนิกที่พบยังมีความสามารถในการจับกับน้ำสูง ทำให้ช่วยเพิ่มปริมาตรในชั้นผิว และค้ำจุนเนื้อเยื่อผิวจากภายใน อีกทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอันตราย เนื่องจากเป็นองค์ประกอบที่พบได้ในผิวตามธรรมชาติ

ซาโปนิน (Saponin) คือ อะไร?
ซาโปนิน เป็นส่วนประกอบที่พบได้ในพืช (อาทิ ถั่วเหลือง ถั่ว ลูเซิร์น) และทำหน้าที่เป็นระบบปกป้องตามธรรมชาติ
ซาโปนินมีคุณสมบัติ ช่วยกระตุ้นอย่างสร้างสารไฮยาลูโรนิกของผิวหนัง ดังนั้นจึงช่วยสร้างเสริมผิวหนังจากภายใน และลดปัญหาริ้วร้อยเหี่ยวย่นที่จะเกิดได้
ผิวแห้งและแพ้คัน

มีวิธีใดที่ช่วยบรรเทาอาการคันได้อย่างรวดเร็วบ้าง?
มีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นสาเหตุของอาการคัน อาทิ การใช้ยา การสัมผัส หรือการเป็นโรคบางชนิด ทั้งนี้ หากคุณมีปัญหาเรื่องผิวคันเรื้อรัง คุณควรไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อค้นหาถึงสาเหตุที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากมีอาการคันที่เป็นเรื้อรัง สร้างความหงุดหงิดกังวลใจ หรือการทาโลชั่นก็ไม่สามารถบรรเทาอาการได้
อีกทั้งการเการั้งแต่จะทำให้อาการคันแย่ลง คุณอาจทดลองใช้ Eucerin® Dry Skin Relief Soothing Spray เพื่อช่วยบรรเทาอาการคันได้ในทันที ทำให้รู้สึกเย็น ผ่อนคลาย และทำให้ผิวอ่อนนุ่ม
นอกจากนี้ ส่วนผสมที่ปราศจากคอร์ติโซนระหว่าง โพลิโดคานอล น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส และกลีเซอริน มีประสิทธิภาพสูงในการลดอาการคัน โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

โอเมก้ากับยูเรียต่างกันอย่างไร?
ยูเรีย (ชื่อพ้อง คือ คาร์บาไมด์) เป็นสารให้ความชื้นที่ผิวหนังสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ ผู้ที่มีผิวแห้งและหลุดลอกเป็นขุย เนื่องจากขาดยูเรีย การให้ความชุ่มชื้นกับผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยูเรีย จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและทำให้ผิวเรียบเนียนได้อีกครั้ง
โรคผื่นอักเสบจากภูมิแพ้ (Atopic eczema) หรือเรียกว่า (Neurodermatitis) ทำให้ผิวมีลักษณะแห้ง ซึ่งนอกจากจะมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมแล้ว ยังมีสาเหตุมาจากการขาดกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งการปล่อยให้ผิวหนังแห้งและหลุดลอกเป็นสะเก็ดต่อไป จะทำให้เกิดการอักเสบ ผลิตภัณฑ์ ยูเซอริน โอเมก้า ที่มีส่วนผสมของน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ซึ่งมีปริมาณกรดไขมันสูง ช่วยบรรเทาอาการได้

ควรทำอย่างไรหากมีหนังศีรษะแห้งและคัน?
หากคุณมีหนังศีรษะที่แห้ง คัน หลุดลอกเป็นขุย หรือต้องเผชิญกับภาวะผื่นแพ้คันจากกรรมพันธุ์ (Atopic eczema) แนะนำให้คุณลองใช้แชมพูที่ผสมสารเคมีน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหลึกเลี่ยงส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเครือง อาทิ น้ำหอมแต่งกลิ่น และสารแต่งสี ตลอดจนแอลกกอฮอล์ ทั้งนี้เราแนะนำ Eucerin Dry Skin Relief Shampoo ซึ่งมีส่วนผสมของยูเรีย 5% ซึ่งสามารถใช้เป็นประจำทุกวัน และได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ช่วยปกป้องไม่ให้หนังศีรษะแห้งมากขึ้น และยังมีส่วนผสมของโพลิโดคานอล (Polidocanol ) ที่ช่วยบรรเทาอาการคัน
หรือหากคุณมีปัญหาผื่นแพ้คันจากกรรมพันธุ์ แนะนำให้ทดลองใช้น้ำมันที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกันผมและหนังศีรษะ (เช่น Burdock root oil ) หรือส่วนผสมพิเศษต่างๆ ที่ช่วยรักษาอาการแห้งและตึงบนหนังศีรษะ สิ่งที่ควรระมัดระวัง ได้แก่ ระยะเวลาที่สารเหล่านี้ซึมเข้าสู่หนังศีระ และควรทำความสะอาด หรือล้างออกอย่างหมดจดทุกครั้งด้วย Eucerin Dry Scalp Relief Shampoo ที่มีส่วนผสมของยูเรีย 5% หากคุณมีผมสั้น คุณอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลรักษาหนังศีรษะ และเติมความชุ่มชื้นกลับสู่หนังศีรษะ ตัวอย่างเช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ในช่วงเย็น แล้วทำความสะอาดออกให้หมดจนในช่วงเช้า หลีกเลี่ยงการใช้ลมร้อนในการเป่าผม เพราะอาจยิ่งทำให้อาการที่เป็นแย่ลง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการทำสีผม ดัดผม หรือทำไฮไลท์ผมด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันการระคายเคือง

ทำไมผลิตภัณฑ์เพื่อผู้ที่มีผิวแห้งของยูเซอรินจึงปราศจากน้ำหอม?
ผิวหนังอักเสบจากการระคายเคือง เป็นภาวะที่ผิวเกิดการระคายเคืองจากการสัมผัสกับสารบางชนิด ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ อาทิ น้ำหอมที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผม ตลอดจนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวต่างๆ ซึ่งมักทำให้เกิดการแพ้ได้บ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้ ยูเซอรินจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแห้งที่ปราศจากน้ำหอม สำหรับผู้ที่มีผิวระคายเคืองง่ายหรือเป็นภูมิแพ้ หรือมีผื่นแพ้ เป็นต้น ซึ่งสังเกตได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของยูเซอรินจะไม่มีการผสมสารดังกล่าว ที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายลงไปในผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด

น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส คือ อะไร?
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสธรรมชาติ ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไลโนเลนิค และแกรมม่าไลโนเลนิค ได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วว่า ช่วยบรรเทาอาการผื่นแพ้คันจากกรรมพันธุ์ ด้วยเหตุที่น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสอุดมไปด้วย กรดไขมันธรรมชาตินี่เอง จึงช่วยในการสร้างเสริมเซลล์ผิวและคืนความมีชีวิตชีวาให้กับผิว โดยพืชชนิดนี้มีแหล่งกำเนิดมาจากอเมริกาเหนือ ซึ่งชนพื้นเมืองอเมริกานิยมใช้กันมาเป็นเวลานานแล้ว และได้ชื่อมาจากลักษณะของดอกที่มีสีเหลืองสดใสและบานในช่วงเย็น เมล็ดของอีฟนิ่งพริมโรสอุดมไปด้วย น้ำมันและค่อนข้างมีราคาสูง เนื่องจากเมล็ดของอีพนิ่งพริมโรสเก็บเกี่ยวได้ในทุกๆ 2 ปีเท่านั้น
ผลิตภัณฑ์ ยูเซอริน โอเมก้า ผลิตจากเมล็ดอีฟนิ่งพริมโรส ที่ได้จากการควบคุมการผลิต จึงทำให้มีคุณภาพสูง และบริสุทธิ์ การใช้ยูเซอริน โอเมก้า สามารถช่วยทำให้ผิวดูดีขึ้นได้ และโดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการแพ้ทางผิวหนัง

เป็นไปได้หรือไม่ที่อาจจะได้รับปริมาณยูเรียเกิดขนาดหรือไม่เหมาะสม?
เนื่องจากยูเรียเป็นสาระสำคัญที่พบอยู่ในผิวตามธรรมชาติ เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิว ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีการได้รับเกินขนาด ส่วนใหญ่แพทย์ผิวหนังมักจะแนะนำให้ เริ่มใช้ที่ความเข้มข้นอย่างน้อย 3% เพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุด (ผิวเรียบเนียนและบรรเทาอาการคัน)
เด็ก: ความเข้มข้นยูเรียมากกว่า 5% โดยหลักการ ยูเรียที่ร่างการผลิตขึ้นเอง ไม่มีผลข้างเคียงและให้ผลในเด็กเหมือนกับในผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผิวของเด็กมีลักษณะเฉพาะตัวบางประการ ที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ เนื่องจากผิวเด็กยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาและเจริญเติบโต ตัวอย่างเช่น เด็กจะมีพื้นที่ผิวเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น ความเข้มข้นของยูเรียในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก จึงควรจำกัดให้อยู่ที่สูงสุดไม่เกิน 5%
การดูแลผิวหน้า: ความเข้มข้นของยูเรียมากกว่า 5% เพื่อปกป้องดวงตาและบริเวณรอบดวงตา ที่ระคายเคืองได้ง่าย การใช้ยูเรียที่มีความเข้มข้นมากกว่า 5% จะช่วยทำให้เกิดผลดีต่อผิวหน้า ที่มีความบางและระคายเคืองได้ง่าย
การอักเสบเฉียบพลัน: ไม่ควรใช้ยูเรีย ไม่ควรใช้ยูเรียในบริเวณที่มีการอักเสบอย่างเฉียบพลัน เพราะว่าอาจทำให้ผิวรู้สึกแสบร้อนมากขึ้น ซึ่งแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Eucerin Omega products) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยการปรับกระบวนการเมตาบอลิสมของไขมัน

ยูเรียคืออะไร?
ยูเรีย คือ สารที่มีสภาพเป็นของแข็ง ปราศจากสีและกลิ่นที่อุณหภูมิห้อง สังเคราะห์ได้จากเกลืออนินทรีย์ โพแทสเซียมไซยาเนต และแอมโมเนียซัลเฟต สาเหตุที่เราเรียกยูเรียว่า เป็นสารธรรมชาติ เนื่องจากเป็นสารที่พบอยู่ในผิวหนังชั้นนอก อันเป็นส่วนประกอบของผิวหนังตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม สารประกอบยูเรียที่ผสมอยู่ผลิตภัณฑ์ของยูเซอรินนั้น ได้มาจากการสังเคราะห์
ยูเรีย เป็นสารสำคัญอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในร่างการตามธรรมชาติ โดยเป็นผลผลิตที่ได้จาก กระบวนการเมตาบอลิสของโปรตีน และยังเป็น natural moisturizing factors (i) (NMF’s) ที่จำเป็นของผิวหนังตามธรรมชาติ และถูกขับออกสู่ผิวชั้นนอก โดยผ่านทางเหงื่อ สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ความเข้มข้นของยูเรียในชั้นผิว และลดลงถึง 50% สำหรับผู้ที่มีผิวหนังหลุดลอก หรือผื่นแพ้คัน การสูญเสียยูเรียของผิวก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการผลิตไขมัน และสารที่จำเป็นต่อผิวยิ่งลดลง ผิวจึงแห้งหยาบ และหลุดลอก การดูแลผิว โดยการเพิ่ม natural moisturizing factors (i) เช่น ยูเรีย จะช่วยทำให้ความสามารถ ในการอุ้มน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มมากขึ้น การใช้มอยเจอไรเซอร์เป็นประจำทุกวัน จะช่วยเพิ่มน้ำและความชุ่มชื้นกลับมาสู่ผิวชั้นบน และช่วยทำให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน และปลอดภัยจากปัจจัยภายนอกต่างๆ
ผิวแพ้ง่าย

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหน้าทุกชนิด ปลอดภัยสำหรับการใช้บริเวณรอบดวงตาหรือไม่?
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นพิเศษ เพื่อใช้กับบริเวณดวงตามีส่วนผสมของไขมันชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติในการกระจายตัวต่ำ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะไม่ไปถึงเยื่อบุตา (เยื่อบุผิวที่เชื่อมต่ออยู่อยู่กับลูกตาและผิวด้านในของเปลือกตา) และทำให้แสบตาหรือน้ำตาไหล ซึ่งไขมันชนิดพิเศษนี้มักจะถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตา

แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) ที่อยู่ Eucerin® Re-Balance products มีหน้าที่อะไร?
แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) เป็นกรดอะมิโนจำเป็น สำหรับผลิตภัณฑ์ของยูเซอรินนั้น แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) ผลิตมาจากต้นอ้อย ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) เป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่พบในผิวหนัง ทำหน้าที่เป็น Natural moisturizing factor (NMF) ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังตามธรรมชาติ และด้วยคุณสมบัติที่เป็นกรดของแอล-อาร์จินีน จึงช่วยรักษาความเป็นกรดของผิว ในการทำหน้าที่ปกป้องผิวตามธรรมชาติได้ ทั้งนี้ ทำให้ Re-Balance cream ของยูเซอรินมีส่วนผสมของแอล-อาร์จินีน ที่มีความเข้มข้น 1%

ส่วนผสมหรือสารแต่งสีใดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ Eucerin® Anti-Redness products?
ลิโคชาลโคน (Licochalcone) เป็นสารสำคัญที่ได้จากสารสกัดของชะเอมจีน หรือ Chinese licorice (INCI: Glycyrrhiza Inflata extract) ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ โดยยับยั้งการปลดปล่อยสารชักนำ ที่ทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์ผิวหนังต่างๆ สารแต่งสีเขียวที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ ก็เป็นไปตามข้อกำหนดของ INCI (International Nomenclature of Cosmetic Ingredients) โดยมีหมายเลขอ้างอิงสี ดังต่อไปนี้:
- CI 77288: โครเมียมออกไซด์ กรีน (Cr2O3)
- CI 77289: โครเมียมไฮดรอกไซด์ กรีน (Cr2O3·nH2O)
- CI 77007: อัลตร้าแมรีน (e.g. Al6Na8O24S2S)
- CI 77492: ไอรอนออกไซด์ (HFeO2 · nH2O)
และไททาเนียมไดออกไซด์ ซึ่งเป็นเม็ดสีขาวและส่วนประกอบ ที่ช่วยในการปกป้องแสงแดด

ผลิตภัณฑ์ Eucerin® Anti-Redness สามารถใช้ร่วมกับยาที่ใช้รักษาโรคผิวหนังได้หรือไม่?
ผลิตภัณฑ์ Anti-Redness ของยูเซอรินเข้าได้กับ ครีมที่มีตัวยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) หรือ อะเซเลอิคแอซิด (Azelaic Acid) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ หลังจากใช้การทำความสะอาดหน้า (e.g. Eucerin® Anti-Redness Soothing Cleanser) และเมื่อตัวยาซึมเข้าสู่ผิวหนังเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 10-15 นาที( ขึ้นอยู่กับประเภทของผิว) คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ Eucerin® Anti-Redness care products เพิ่มเติมได้ ทั้งนี้คุณสามารถผสมตัวยา เมโทรนิดาโซล ที่ขนาดความเข้มข้น 0.75% ลงใน Eucerin® Anti-Redness Day Fluid หรือ Night Cream ที่ใช้เป็นประจำได้โดยอยู่ภายใต้คำสั่งแพทย์

เชียบัทเทอร์ (Shea butter) คืออะไร?
เชียบัทเทอร์ เป็นไขมันธรรมชาติที่ได้จากการนำเมล็ด หรือแก่นในของพืชตระกูล Butyrospermum Parkii ที่ได้จากแถบแอฟริกาตะวันตก (Bassia Parkii, Illipe parkii: from the Sapotaceae family) มาผ่านการกลั่น ทั้งนี้ Butyrospermum เป็นพืชที่เจริญติบโตในแถบแอฟริกา และมีการนำมาเพาะปลูกในแถบประเทศซูดาน chad และบราซิล ซึ่งชนพื้นเมืองในแถบนั้น นิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหาร ทำสบู่ หรือเครื่องสำอางค์ ผลที่ได้จากต้น B.Parkii ยังให้ gutta percha ซึ่งเป็นยางไม้ชนิดหนึ่ง
ที่อุณหภูมิห้อง เชียบัทเทอร์จะมีลักษณะอ่อนนุ่ม คล้ายเรซิน มีสีค่อนไปทางเหลืองหรือขาว และมีกลิ่นอโรมา และมีส่วนประกอบทางเคมี ได้แก่ กรดพาลมิติก 6% กรดสเตียริก 41% กรดโอเลอิก 49% และกรดไลโนลีนิก 4% และเนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวปริมาณมาก จึงทำให้เชียบัทเทอร์มีคุณสมบัติเป็นสารให้ความชุ่มชื้น หรือมอยเจอไรเซอร์ที่ดีเยี่ยม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า โลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือ ลิปสติก เครื่องสำอางค์แต่งหน้า และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งแพ้ง่ายส่วนใหญ่ มักมีการเติมส่วนผสมเชียบัทเทอร์ในปริมาณความเข้มข้น ระหว่าง 2-5% ลงในผลิตภัณฑ์

โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) คืออะไร?
โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) หรือที่เรียกว่า ubiquinone เป็นสารที่พบได้ในเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย และเป็นสารประกอบที่จำเป็นต่อการสร้างแหล่งพลังงานสะสมของเซลล์ โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ผิวหนังสร้างได้เอง และมีประสิทธิภาพช่วยชะลอความเสื่อมของผิวก่อนวัยอันควร ทั้งนี้ โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) ที่พบในมนุษย์นั้น มีความแตกต่างจากที่พบในพืช จุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) ที่บรรจุอยู่ในผลิตภัณฑ์ของยูเซอรินนั้น ผลิตได้จากเทคโนโลยีชีวภาพด้วยการใช้ยีสต์ ทำให้โครงสร้างทางเคมีของโคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) ที่ได้เหมือนกับ โครงสร้างของโคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) ที่พบในเนื้อเยื่อของคน จึงสามารถถูกดูดซึม และเกิดการเมตาบอลิสมได้อย่างง่ายดาย

หากทำน้ำหกเข้าไปอยู่ในขวดของ Eucerin® pH5 Shower Oil แล้วจะเป็นอย่างไร?
ผลิตภัณฑ์ของยูเซอริน ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบที่ละลายได้ทั้งในน้ำและไขมัน รวมทั้งส่วนประกอบที่เป็นไขมันหรือไม่เข้ากับน้ำ ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้สามารถผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียวได้ จึงได้มีการเติมอิมัลซิฟายเออร์ (Emulsifier) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติ ช่วยให้น้ำและไขมันผสมเข้ากันได้ โดยมีการเติมลงไปในผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้น หากคุณบังเอิญทำน้ำหกลงไปในขวดผลิตภัณฑ์ ยูเซอริน พีเอช 5 ชาวเวอร์ ออยล์ อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์สูญเสียความเป็นเนื้อเดียวกันไป และทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดการแยกตัวระหว่างชั้นน้ำและชั้นไขมัน และการเขย่าแรงๆ ก็ไม่สามารถช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์คืนตัวได้ ดังนั้น เราจึงแนะนำให้ระมัดระวังให้คุณเก็บรักษา ยูเซอริน พีเอช 5 ชาวเวอร์ ออยล์ ให้ห่างจากน้ำ หรือหลีกเลี่ยงการเติมน้ำลงในผลิตภัณฑ์

ทำอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ ยูเซอริน แชมพู ขจัดรังแค?
แม้ว่าคุณจะสามารถใช้ ยูเซอริน แชมพู ขจัดรังแค สำหรับหนังศีรษบอบบางแพ้ง่าย ได้เป็นประจำทุกวัน แต่เราแนะนำให้ใช้เป็นช่วงทุก 2-3 วัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
ส่วนผสม เช่น คลิมบาซอล (Climbazol) ออคโตพิรอกซ์ (octopirox) และโพลิโดคานอล (polidocanol) ช่วยในการต่อสู้กับรังแคในระยะยาว โดย คลิมบาซอล และ ออคโตพิรอกซ์ ช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อยีสต์ และยับยั้งการเกิดรังแคใหม่ ในขณะที่บำรุงหนังศีรษะ และบรรเทาอาการคัน

การปกป้องเอนไซม์ (Enzyme protection) คืออะไร?
ศูนย์วิจัยด้านผิวหนังของยูเซอริน ได้พัฒนาวิธีการ ในการประเมินประสิทธิภาพของเอนไซม์ทริบซิน (Trypsin enzyme) ในชั้นบนสุดของผิว ซึ่งผลการวิจัยในห้องปฏิบัติการพบว่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแพ้ง่าย ช่วยปกป้องการทำงานของเอนไซม์ให้เป็นไปอย่างปกติ และช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นด้วยการปกป้องจากภายใน

ผลิตภัณฑ์ยูเซอรินพีเอช 5 ?
ผลิตภัณฑ์ Eucerin® pH5 cleansing and moisturizing ประกอบด้วย ส่วนประกอบที่อ่อนโยนและได้รับการทดสอบทางผิวหนังแล้วว่า ผิวที่ไวต่อการระคายเคืองและผิวแห้งที่ระคายเคืองง่าย นอกจากผลิตภัณฑ์ยูเซอริน พี เอช 5 จะไม่ทำให้เกิดการระคายกับผิวหนัง และปกป้องผิวหนังจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายแล้ว นอกจากนี้บัฟเฟอร์ซิเตรตที่บรรจุอยู่ผลิตภัณฑ์ยูเซอริน พีเอช 5 ช่วยรักษาสมดุลของไฮโดรไลปิดฟิล์มในชั้นผิว อีก ทั้งวิตามินอีและเดกซ์แพนทีนอล (Dexpanthenol) ยังช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ (free radicals) อีกด้วย
ผลิตภัณฑ์กันแดด

ผลิตภัณฑ์ป้องกันสามารถช่วยรักษาโรคด่างขาว (Vitiligo) ได้หรือไม่?
ในกรณีที่เป็นโรคด่างขาว (Vitiligo) ผลิตภัณฑ์กันแดดทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ มีความสำคัญอย่างมากต่อการปกป้องบริเวณผิวที่มีลักษณะขาว เนื่องจากปราศจากเม็ดสีผิว ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ Eucerin® Sun Protection product line Sun Creme 50+ และ Sun Fluid 50+ จึงเหมาะสำหรับในผู้ที่มีปัญหานี้
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้คุณไปพบแพทย์โรคผิวหนัง เพื่อการวินิจฉัยและตรวจรักษาที่เหมาะสม

Tinosorb®S คืออะไร?
Tinosorb®S หรือเรียกว่า Bis-ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine เป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันรังสียูวี เนื่องจากมีความทนทานต่อรังสียูวีในช่วงต่างๆ ได้ดี จึงทำให้มีประสิทธิภาพ ในการปกป้องผิวทั้งจากรังสียูวีเอและยูวีบี นอกจากนี้ ยังพบว่า Tinosorb®S มีคุณสมบัติทางเคมีที่สามารถดูดกลืนรังสียูวีบนผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าสารอื่นๆ ที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์กันแดด เพราะแค่เพียงความเข้มข้นต่ำๆ Tinosorb®S ก็สามารถปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับสารตัวอื่นๆ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเติมส่วนผสมอื่นๆ ในความเข้มข้นสูงหากมีส่วนผสมของ Tinosorb®S ในผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ Eucerin® Sun Protection สามารถปกป้องผิวจากรังสีอินฟาเรดได้หรือไม่?
ผลิตภัณฑ์ของเราไม่สามารถปกป้องผิวจากรังสีอินฟาเรดได้ เนื่องจากเท่าที่มีการศึกษาในปัจจุบัน ยังไม่พบว่า รังสีอินฟาเรด ทำให้เกิดอันตรายแก่ผิว ยกเว้น ในผู้ที่ได้รับรังสีอินฟาเรดในปริมาณมาก เช่น คนทำงานเชื่อมเหล็กกล้า ในทางกลับกันความร้อนที่เกิดขึ้นจากชั้นผิวหนัง ที่ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนของร่างกายนั้น เปรียบเสมือนเป็นสัญญาณเตือน ให้เราทราบและหลีกเลี่ยงจากแสงแดดที่ร้อนจัด อีกทั้งในปัจจุบัน ยังไม่มีสารตัวใดที่ช่วยในการป้องกันรังสีอินฟาเรดได้

ปัจจัยอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวเสื่อมก่อนวัย?
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังต่างให้ความเห็นว่า ค่าเฉลี่ยของการได้รับรังสียูวีบีที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น ในขณะที่การได้รับรังสียูวีเอ นำไปสู่การทำลายผิวที่เรื้อรัง อันเป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้ผิวเกิดเสื่อมก่อนวัย แม้ว่าผิวชั้นนอกจะมีการสร้างใหม่ในทุกๆ 4 สัปดาห์ แต่ก็ยังหลงเหลือริ้วรอยก่อนวัยให้เห็นได้ ไม่ว่าจะเป็นแผลเป็น กระ หรือการเปลี่ยนแปลงในลักษณะอื่นๆ ของผิวที่สามารถบ่งบอกให้ทราบถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ผิวได้รับโดยไม่เคยหลงลืมแม้ร่องรอยเล็กน้อยๆ โดยเฉพาะการไหม้แดด แม้ว่าผิวจะสามารถซ่อมแซมตัวเองจากชั้นนอกสุด และทำให้มองไม่เห็นริ้วรอยในช่วงแรก การทำลายผิวที่เกิดจากแสงแดดจะถูกฝังลึกอยู่ในผิวอย่างถาวร อีกทั้งการได้รับรังสียูวีที่มากเกินไปในตลอดช่วงชีวิต นอกจากจะทำเกิดความเสื่อมของผิวแล้ว ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย ดังนั้น สรุปได้ว่า ชนิดของผิว และวิถีการดำเนินชีวิต เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นให้ผิวเสื่อมก่อนวัยอันควร เช่น เกิดเป็นฝ้ากระ เป็นต้น

การมีเหงื่อออกจะทำให้ประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดดของผลิตภัณฑ์กันแดดลดลงหรือไม่?
ความสามารถในการปกป้องผิวจากแสงแดดไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหงื่อ แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของเม็ดสีผิว ที่ทำให้แต่ละคนมีความคุ้นเคยกับแสงอาทิตย์แตกต่างกัน ตลอดจนความเข้มของรังสียูวีบีในแต่ละสถานที่ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ปริมาณมลภาวะในอากาศ ความเข้มข้นของโอโซนในชั้นบรรยากาศ การแผ่กระจายและการสะท้อนรังสี ดังนั้น คุณจึงควรคำนึงถึง erythema (or redness) threshold times หรือเวลาที่ทำให้ผิวเกิดอาการแดง ของแต่ละสถานที่ในเวลาที่แตกต่างกันของแต่ละปีด้วย

การได้รับแสงแดดมากเกินไปเป็นสาเหตุของมะเร็งหรือไม่?
ใช่! เนื่องจากความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง เกี่ยวข้องโดยตรงกับการได้รับรังสียูวีในช่วงชีวิต มะเร็งผิวหนังชนิด non-melanoma ส่วนใหญ่เกิดในคนที่ได้รับแสงแดดมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะบริเวณศีรษะและต้นคอ ในขณะที่มะเร็งผิวหนังชนิด melanoma มักเกี่ยวข้องกับการได้รับรังสีที่มีความเข้มข้นและเฉียบพลัน โดยเฉพาะในระหว่างที่มีการดำเนินกิจกรรมที่ทำให้เกิดผิวไหม้ได้

ในกรณีที่มีปานหรือไฝมาแต่กำเนิดจะเป็นอันตรายหรือไม่หากได้รับแสงแดด?
คนที่มีปานหรือไฝ ควรระมัดระวังการได้รับแสงแดด โดยพยายามเผชิญแสงแดดให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ เราแนะนำให้คุณตรวจเช็คกับแพทย์ผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำทุกปี แม้ว่าจะมีคนจำนวนน้อยมาก ที่จะมีไฝเนื้อชนิด Dysplastic nevi ที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะพัฒนาต่อไปเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด melanoma

สามารถสัมผัสกับแสงแดดได้หรือไม่หากกำลังอยู่ในระหว่างการใช้ยา?
ยาปฏิชีวนะและยาทั่วๆ ไปบางชนิด ทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดดเพิ่มมากขึ้น อันทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผิวไหม้ได้มากขึ้น ดังนั้น โปรดศึกษารายละเอียดของยาให้ชัดเจน หรือปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยา

วิธีใดที่ดีที่สุดในการบรรเทาอาการผิวไหม้จากแสงแดด (Sunburn)?
หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดก่อนออกแดด โอกาสที่จะเกิดผิวแดง หรือไหม้จากแสงแดดเป็นไปได้น้อยมาก อย่างไรก็ตาม การประคบเย็นบริเวณที่เกิดผิวไหม้แดง จะช่วยระบายความร้อนออกจากผิวหนังบริเวณนั้นได้ ในกรณีที่ผิวไหม้ ร่างกายจะสูญเสียน้ำไปมากกว่าปกติ ดังนั้น คุณจึงควรดื่มน้ำมากๆ หากมีอาการผิวไหม้รุนแรง ผิวที่ไหม้แดงกระจายตัวขยายตัว หรือเกิดอาการบวม รวมไปถึงมีไข้และหนาวสั่น ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที

ควรนอนอาบรังสียูวีในเตียงยูวีหรือไม่?
ไม่ควรอย่างเด็ดขาด เนื่องจากหลอดไฟที่อยู่ในเตียงยูวี หรือ tanning bed ไม่ได้ปลดปล่อยสเปกตรัมรังสียูวีของดวงอาทิตย์ ที่มีทั้งรังสียูวีเอและยูวีบีตามธรรมชาติ แต่จะปลดปล่อยเฉพาะรังสียูวีเอ ซึ่งทำให้ผิวไม่เคยชินกับรังสียูวีบี

Eucerin® Sun Protection Allergy Protection Sun Creme Gel SPF 25 สามารถใช้กับเด็กได้หรือไม่?
สำหรับเด็กเล็กเราแนะนำให้ใช้ ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ปราศจาก สารกรองรังสียูวี เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภูมิแพ้จากการสัมผัส อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการแพ้แสงแดด Eucerin® Sun Protection Allergy Protection Sun Creme-Gel SPF 25 สามารถใช้บรรเทาอาการได้ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ Eucerin® Sun Protection Allergy Protection Sun Creme-Gel SPF 25 ยังปราศจากอิมัลซิฟลายเออร์ (emulsifiers) ที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ และมีส่วนผสมของ AGR ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวจับอนุมูลอิสระ และมีผลการศึกษาทางคลินิกยืนยันว่า ช่วยยับยั้งอาการแพ้และทำให้อาการแพ้ดีขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม วิธีในการป้องกันการแพ้แสงแดดที่ดีที่สุด ได้แก่ การปกป้องตัวเองจากแสงแดด โดยการสวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยปกปิดมิดชิด และให้เด็กสัมผัสกับแสงแดดน้อยที่สุด ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม และปกปิดส่วนศีรษะจากรังสียูวีด้วยการสวมหมวก รวมไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันอันตรายจากรังสียูวีได้

หากใช้ผลิตภัณฑ์ Eucerin Sun Protection Allergy Protection Sun Creme-Gel SPF 25 จะยังเกิดการแพ้แสงแดดได้อีกหรือไม่?
แม้ว่าการศึกษาวิจัยของผลิตภัณฑ์จะให้ผลที่ดี แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่ผลิตภัณฑ์ จะสามารถยับยั้งการแพ้แสงแดดได้ทุกราย ทั้งนี้ อาการแพ้ที่เกิดขึ้นอยู่ที่ปริมาณและความเข้มรังสียูวีที่ได้รับ โดยรังสียูวีบริเวณชายหาดและแถบมหาสมุทรที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จะมีความเข้มมาก หรือแม้แต่น้ำและทราย ก็สามารถสะท้อนรังสีได้เช่นกัน

สารแอลฟากลูโคซิลลูติน (Alpha glucosyl rutin; AGR) คืออะไร และออกฤทธิ์อย่างไร?
แอลฟากลูโคซิลลูติน (Alpha glucosyl rutin; AGR) ทำหน้าที่เป็นตัวจับอนุมูลอิสระ (free radical cather) ที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูงมากกว่าวิตามินอี โดยรังสียูวีเป็นปัจจัยสำคัญ ที่กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระที่มีความไวต่อการเกิดปฏิกริยา อันเป็นสาเหตุของ lipid oxidation และเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอ ตัวจับอนุมูลอิสระ จะช่วยในการจับกับอนุมูลอิสระ ที่เกิดขึ้นและทำให้เป็นกลาง ซึ่งแอลฟากลูโคซิลลูตินจะทำงานร่วมกับวิตามินอี และสร้างร่างแหของตัวจับอนุมูลอิสระ จากภายนอกและลดภาวะ oxidative stress จากรังสียูวีได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในการศึกษาทางคลินิกพบว่า ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีสารสำคัญที่ช่วยปกป้องเซลล์และวิตามินอี สามารถลดอาการ polymorphous light dermatosis (PLD) ซึ่งเกิดจากการสร้างอนุมูลอิสระได้

ควรทำอย่างไรหากมีอาการแพ้แดด?
ผลิตภัณฑ์ Eucerin® Sun Protection Allergy Protection Sun Creme-Gel SPF 25 มีส่วนผสมของสารแอลฟากลูโคซิลลูติน (Alpha glucosyl rutin; AGR) ที่ออกฤทธิ์ช่วยป้องกันการแพ้แสงแดด โดยขัดขวางอนุมูลอิสระ ซึ่งมีบทบาทอย่างมาก ในการเกิดอาการแพ้แสงแดด

Mallorca acne คืออะไร?
Mallorca acne (หรือเรียกว่า Acne aestivalis) เกิดจากการที่ผิวหนังได้รับรังสียูวีเอ หรือส่วนผสมทางเครื่องสำอางบางชนิดมากเกินไป จนทำให้เกิดสร้างอนุมูลอิสระ จนทำให้ผิวหนังบริเวณคอ ลำคอ และไหล่เกิดอาการแดง คัน และลักษณะคล้ายผิวไหม้ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากการการแพ้แสงแดด อาทิ Eucerin® Sun Protection Allergy Protection Sun Creme-Gel SPF 25 สามารถช่วยป้องกันได้

จำเป็นต้องทาผลิตภัณฑ์กันแดดซ้ำหรือไม่หลังว่ายน้ำ แม้ผลิตภัณฑ์นั้นจะระบุว่ากันน้ำได้?
ผลิตภัณฑ์กันแดดของยูเซอริน ได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในการกันน้ำ ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานของ American FDA test standards โดยวิธีการ คือ ทาผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบไปที่บริเวณใต้ท้องแขนของอาสาสมัคร หลังจากนั้นให้อาสาสมัครแช่แขนใต้น้ำวน 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบ จะต้องคงประสิทธิภาพในการปกป้องได้อย่างน้อย 50% เมื่อเทียบกับในครั้งแรก อย่างไรก็ตามการทดสอบการกันน้ำ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการป้องกันการหลุดลอก ที่เกิดจากการเผชิญกับทราย ลม หรือผ้าเช็ด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ 80% ของผลิตภัณฑ์กันแดดที่ใช้หลุดลอกออกไป ดังนั้น แม้ว่าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการกันน้ำ แต่หลังจากว่ายน้ำเสร็จ คุณควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดซ้ำอีกครั้ง นอกจากนี้ การป้องกันรังสียูวีทั้งในน้ำและบนบกมีความสำคัญเท่าๆ กัน เนื่องจากรังสียูวีสามารถทะลุผ่านน้ำและสะท้อนเข้าสู่ผิวด้วยความเข้มข้นที่มากขึ้น ดังนั้น ในช่วงวันหยุดพักร้อนริมทะเลที่ผิวของคุณต้องเผชิญกับแดดจัด คุณควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดกันแดดบ่อยครั้งมากขึ้น และหากคุณเผชิญกับแสงแดดมากกว่า 2 ใน 3 ส่วนของเวลาในการปกป้องของผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดนั้นๆ ผิวของคุณอาจถูกทำลายได้ โดยที่ไม่เกิดอาการแสบไหม้เลยก็ได้

ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดใดที่ไม่มีส่วนผสมที่เป็น สารเคมี SPF?
ผลิตภัณฑ์กันแดด ที่มีเม็ดอนุภาคขนาดเล็ก เป็นส่วนผสมที่ช่วยในการปกป้องแสงแดด จะไม่มีส่วนผสมอื่นที่เป็นสารเคมี หรือเรียกว่า (chemical SPF) โดยเม็ดอนุภาคขนาดเล็กที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์กันแดดประเภทนี้ จะเคลือบเป็นชั้นฟิล์มบางๆ ที่ผิวชั้นนอก และช่วยปกป้องผิวด้วยการสะท้อนรังสียูวีเอและยูวีบี (ตัวอย่างเช่น อนุภาคไททาเนียมออกไซด์ หรือซิงค์ออกไซด์ที่ผสมอยู่ ในผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่า 25) หรือที่เรามักเรียกว่า “white effect”อันแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพความสามารถในการปกป้องผิว การอาบน้ำธรรมดา สามารถชำระล้างชั้นของฟิล์มที่เกิดจากอนุภาคเล็กๆ นี้ได้

วิธีใดที่ดีที่สุดในการปกป้องเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบจากแสงแดด?
โดยทั่วไป ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 7 เดือน ได้รับแสงแดดโดยตรง เนื่องจากแสงแดดที่แรงกล้าจะเป็นอันตรายต่อผิวและร่างกายของเด็ก ดังนั้น คุณควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กเล็กต้องสัมผัสกับแสงแดด ที่เป็นอันตราย โดยการให้เขาสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม
หรือหากเด็กมีอายุ 7 เดือนขึ้นไป คุณอาจลองใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนประกอบของโมเลกุลขนาดเล็กที่บริสุทธ์ เช่น ไททาเนียมไดออกไซด์ ซึ่งจะช่วยเป็นเกราะปกป้องให้กับเด็กเล็กที่ผิวยังอ่อนแอ พัฒนาไม่เต็มที่ ไวต่อการระคายเคือง และเกิดอาการแพ้ได้ง่าย ซึ่งโมเลกุลขนาดเล็กนี้ จะช่วยปกป้องผิวของเด็ก โดยเคลือบอยู่ชั้นผิวภายนอก และยังไม่ทำให้เกิดอาการแพ้อีกด้วย
วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องเด็กๆ จากแสงแดด ได้แก่
- ไม่ให้เด็กเล็กได้รับแสงแดดโดยตรง
- หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงกลางวัน
- พยายามให้อยู่ในร่มเงา (เช่น ใต้ร่มกันแดด)
- สวมใส่เสื้อผ้าที่เบา แต่มีขนหนา
- ใส่หมวกที่มีปีกกว้าง
- ใส่แว่นตากันแดดเพื่อปกป้องดวงตา (โดยเฉพาะที่มีฉลากว่า ‘ป้องกันรังสียูวี’)
โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับเด็ก ควรมีคุณสมบัติ:
ไม่มีน้ำหอมหรือสารแต่งสีเนื่องจากทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย ใช้ผลิตภัณฑ์ที่กันน้ำได้สูง

ทำไมผิวจึงมีโอกาสไหม้แดดได้ แม้จะทาผลิตภัณฑ์กันแดดแล้ว?
อาจเป็นเพราะผิวได้รับการปกป้องด้วยผลิตภัณฑ์กันแดดไม่เพียงพอ โดยคุณไม่ควรทาผลิตภัณฑ์กันแดด น้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ (2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือประมาณ 35 มิลลิกรัมต่อการทาหนึ่งครั้ง) ซึ่งผิวแต่ละประเภท จะมีความสามารถในการทนทานต่อแสงแดดแตกต่างกัน การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF สูงขึ้น จะช่วยยืดระยะเวลาที่ผิวสามารถได้รับแสงแดด โดยไม่เกิดผิวไหม้ได้ตามศักยภาพของผิว ตัวอย่างเช่น หากคุณมีผิวขาวซีดมาก ผิวของคุณจะมีความทนทานต่อแสงแดดได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี SPF เท่ากับ 20 จะช่วยยืดระยะเวลาให้ผิวของคุณทนต่อการสัมผัสกับแสงแดดได้เพียง 1 ชั่วโมงกับ 40 นาทีเท่านั้น ซึ่งหากผลิตภัณฑ์กันแดดหลุดออกจากผิวได้ง่าย ประสิทธิภาพในการปกป้องก็ยิ่งลดลง

ทาผลิตภัณฑ์กันแดดเพียงครั้งเดียวได้หรือไม่?
เพื่อให้ได้ผลในการปกป้องจากแสงแดดมากที่สุด แนะนำให้ทาผลิตภัณฑ์กันแดดทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะเวลาที่มีเหงื่อออก หลังจากว่ายน้ำหรือเช็ดตัว ทั้งยังไม่แนะนำให้สัมผัสกับแสงแดดนานเกินไป

ต้องทาผลิตภัณฑ์กันแดดปริมาณเท่าใด จึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างเหมาะสม?
ควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดที่ผิวอย่างน้อย 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร จึงจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะให้ดีที่สุด ควรใช้ครีมปริมาณ 3 กรัม สำหรับบริเวณใบหน้า (เทียบเท่า 1 ช้อนชา) และ 30 กรัม สำหรับลำตัว (เทียบเท่า 2 ช้อนโต๊ะ) ซึ่งประสิทธิภาพของ SPF จะลดลง หากไม่ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในปริมาณที่เหมาะสม
และโปรดอย่าลืมทาผลิตภัณฑ์กันแดด ที่บริเวณปลายหู เปลือกตา และระหว่างจมูก เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มีโอกาสได้รับแสงแดดเช่นกัน อีกทั้งไม่ควรละเลยบริเวณช่วงคอ หน้าผาก ปลายเท้า ตลอดจนบริเวณรอยต่อของเสื้อผ้า ตัวอย่างเช่น ใต้สายรัดของชุดว่ายน้ำ นอกจากนี้ริมฝีปากยังเป็นอีกบริเวณหนึ่ง ที่มีความไวต่อแสงแดดที่สุด ดังนั้น จึงแนะนำให้ใช้ครีม หรือกลอสที่มีคุณสมบัติ ในการปกป้องแสงแดดสูงกับริมฝีปากด้วยเช่นเดียวกัน

ทำไมจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดก่อนอาบแดด?
เพราะผิวของคุณสามารถถูกทำลายด้วยแสงแดดได้ทุกเมื่อ ดังนั้น เราจึงแนะนำให้คุณทาครีม หรือเจลก่อนออกแดด ซึ่งผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดชนิดใหม่ๆ นั้น มีส่วนประกอบเฉพาะที่สามารถออกฤทธิ์ปกป้องได้ทันที

ค่า SPF เท่าไรที่เหมาะสม?
ขึ้นอยู่กับความเข้มของรังสียูวีในแต่ละสถานที่ และขึ้นอยู่กับความไวต่อแสงแดดของผิว หากไปท่องเที่ยวแถบริมชายหาด ในระยะแรกเราแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี SPF สูงๆ หรือแม้แต่บนภูเขา เนื่องจากความเข้มของรังสียูวีจะเพิ่มขึ้น 10% ทุกๆ ระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,000 เมตร อีกทั้งโปรดระลึกเสมอว่า ทั้งทรายและหิมะสามารถสะท้อนแสงแดดได้เป็นอย่างดี

sun protection factor (SPF) หมายถึงอะไร?
SPF เป็นค่าที่แสดงว่า ผิวหนังจะเปลี่ยนเป็นไหม้แดงจากการได้รับแสงแดดเพิ่มขึ้นเป็น X เท่า ตัวอย่างเช่น คนที่ผิวไหม้หลังจากได้รับแสงแดดเป็นเวลา 10 นาที โดยที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด จะอยู่ท่ามกลางแสงแดด โดยที่ไม่เกิดผิวไหม้ได้เป็นเวลา 100 นาที หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF เท่ากับ 10 อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ผิวถูกทำลายหรือเกิดผิวไหม้แดงอย่างเห็นได้ชัด จึงขอแนะนำให้คุณไม่อยู่กลางแดดมากกว่า 60% ของเวลาทั้งหมด
อื่นๆ

ทำไมบางผลิตภัณฑ์จึงระบุว่า ต้องเก็บในอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส?
เราแนะนำแนวทางในการเก็บรักษา เพื่อรับรองถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตลอดช่วงอายุ เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาจมีการแยกชั้น หรือคืนตัวหากเก็บไว้ที่ๆ มีอุณหภูมิสูง อย่างไรก็ตาม เราได้ทำการทดสอบ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (ที่มากกว่า 40 องศา) ผลพบว่า ผลิตภัณฑ์สามารถทนทานต่อการเก็บในที่ๆ มีอุณหภูมิสูงได้ในระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามคุณควรหลีกเลี่ยงการเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในที่ๆ มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน และไม่ควรให้ถูกแสงแดดโดยตรง (เช่น บริเวณสระว่ายน้ำ ริมหาด หรือในที่จอดรถกลางแดด เป็นต้น)

ส่วนผสมทางเครื่องสำอางค์ต่างๆ ของยูเซอรินซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือดหรือไม่?
ส่วนผสมทางเครื่องสำอางค์ส่วนใหญ่จะถูกดูดซึม โดยเซลล์ผิวหนังที่อยู่ชั้นนอกสุด แต่ไม่ซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือดในร่างกาย (มีเพียงสารเพียง 2-3 ชนิดเท่านั้น ยังคงเหลืออยู่ที่ผิวหนัง) อย่างไรก็ตาม ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บางชนิดเท่านั้น ที่เมื่อทาบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล เช่น มีรอยขีดข่วน หรือเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง จะสามารถซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือด ในปริมาณเล็กน้อยไปทางเส้นเลือดฝอย การศึกษาทางคลินิก แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ของยูเซอรินเข้ากันได้กับผิว และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิว ที่บอบบางหรือเป็นโรคผิวหนัง

ยูเซอรินมีผลิตภัณฑ์พิเศษสำหรับทารกและเด็กเล็กหรือไม่?
แม้ว่ายูเซอรินจะไม่มีผลิตภัณฑ์ ที่คิดค้นขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อทารกและเด็กเล็ก อย่างไรก็ตาม ยูเซอรินก็มีผลิตภัณฑ์บางชนิด ที่เหมาะสมกับทารกและเด็กเล็ก
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับที่มีผิวแห้งของยูเซอริน Lipid Shower Oil เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับทารกและเด็กเล็ก อีกทั้ง 12% Omega Lotion และ 12% Omega Cream ก็เหมาะสมสำหรับทารกและเด็กเล็ก โดยสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป เราขอแนะนำ Dry Skin Relief Hand Cream ที่มีส่วนผสมของ 5% Urea และ 20% Omega Ointment

สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ยูเซอรินในระหว่างตั้งครรภ์ได้หรือไม่?
ในฐานะที่ไบเออร์สด๊อรฟ เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับมายาวนาน คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งที่ไบเออร์สด๊อรฟให้ความสำคัญ และคำนึงถึงสูงสุด โดยก่อนที่จะนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาด ผลิตภัณฑ์ยูเซอรินทุกชิ้นต้องผ่าน การประเมินด้านความปลอดภัยต่อผิว และความเข้ากันได้ระหว่างส่วนผสมในผลิตภัณฑ์กับผิว ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง นอกจากนี้ ไบเออร์สด๊อรฟยังคัดสรรเฉพาะส่วนผสมต่างๆ ที่มีคุณภาพสูง และได้รับการรับรองให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ ตามความเข้มข้นที่กำหนด โดยได้รับการรับรองและประเมินแล้วว่า ปลอดภัย ซึ่งในกระบวนการประเมินความปลอดภัยนี้ ดำเนินการทดสอบทั้งในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตร ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ของยูเซอรินจึงได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ปลอดภัยต่อทั้งหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร

จะทราบได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยต่อผิวที่แพ้ง่ายหรือไม่?
คุณสามารถทดสอบได้ โดยการทดลองทาผลิตภัณฑ์ที่บริเวณข้อพับด้านในของแขน หากทาแล้วไม่เกิดอาการบวม แดง หรือคัน นั่นแสดงว่า ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิว

คำว่า non-comedogenic หมายถึงอะไร?
กล่าวง่ายๆ ได้ว่า non-comedogenic หมายถึง ไม่อุตันรูขุมขน โดยคำว่า comedogeneity หมายถึง การทำให้เกิดสิวหัวดำ หรือที่เรียกว่า คอมีโดน (comedones) ซึ่งมีสาเหตุจากส่วนผสมบางชนิดในครีม หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างซีบัมที่เป็นน้ำมัน และอุดตันรูขุมขน เชื้อแบคทีเรีย จึงเจริญเติบโตและสร้างสารพอร์ไฟริน (porphyrin) ที่มีคุณสมบัติเรืองแสง ดังนั้น ยูเซอรินจึงใช้วิธีการนี้ ในการทดสอบหาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน

สารลดแรงตึงผิว (Surfactants) คืออะไร และผลิตภัณฑ์ของยูเซอรินใช้สารลดแรงตึงผิวชนิดใด?
สารลดแรงตึงผิว หรือ Surfactants เป็นสารที่มีความสามารถในการชำระล้าง และทำความสะอาด โดยเราอาจเรียกว่า active surface หรือ active interface substances ก็ได้ ทั้งนี้ สารลดแรงตึงผิว จัดเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีความสามารถในการดึงดูด ให้โมเลกุลเข้ามาอยู่ชิดกันบนพื้นผิวของสิ่งต่างๆ อาทิ ผิวหนัง หรืออนุภาคฝุ่นละออง โดยการลดแรงตึงผิวระหว่างโมเลกุล ทำให้ชะระล้างฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกให้หลุดออกได้ง่าย
ซึ่งผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดยูเซอริน ประกอบด้วย สารลดแรงตึงผิวที่อ่อนโยน (mild surfactants) ที่ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง และได้รับการรับรองในการศึกษาวิจัยทางคลินิก




